ก่อนที่คุณจะทำการอัปโหลดภาพที่หน้า อัปโหลดภาพ โปรดแน่ใจว่าได้อ่านและปฏิบัติตามนโยบายการใช้ภาพแล้ว จำไว้ว่า ภาพส่วนใหญ่บนอินเทอร์เน็ตมีลิขสิทธิ์และไม่ควรอัปโหลดเข้าสู่ระบบของวิกิพีเดีย; ดูนโยบายการใช้ภาพของวิกิพีเดีย หากคุณไม่ได้เป็นผู้สร้างไฟล์นี้เองหรือไม่สามารถระบุสถานะลิขสิทธิ์ของภาพได้ โปรดอย่าอัปโหลดภาพเข้าสู่ระบบ
ใช้แบบฟอร์มที่หน้า อัปโหลดภาพ เพื่ออัปโหลดไฟล์ภาพใหม่ ที่จะนำมาใช้ในหน้าของคุณ คุณจะเห็นปุ่ม "Browse..." ในเบราว์เซอร์ ซึ่งจะแสดงกรอบโต้ตอบมาตรฐาน สำหรับการเปิดไฟล์ของระบบปฏิบัติการของคุณ เมื่อเลือกไฟล์แล้ว ให้ใส่ชื่อไฟล์ โดยชื่อไฟล์ที่เป็นคำอธิบาย (เช่น "Cembridge, USA.jpg") เพื่อป้องกันการซ้ำกับไฟล์ที่มีเนื้อหาคนละอย่างกัน คุณจำเป็นต้องทำเครื่องหมายลงในกล่องทำเครื่องหมาย เพื่อยืนยันว่าคุณไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ใด ๆ จากการอัปโหลดไฟล์นี้ กดปุ่ม "อัปโหลด" เพื่อเริ่มการอัปโหลด หากคุณใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วต่ำ การอัปโหลดอาจใช้เวลาสักครู่หนึ่ง
เมื่อต้องการดูหรือค้นหาภาพที่อัปโหลดไว้ก่อนหน้านี้ ให้ไปที่ รายการภาพที่อัปโหลดแล้ว การอัปโหลดและการลบภาพได้ถูกบันทึกลงใน ปูมการอัปโหลด
ไฟล์ที่เหมาะสมควรมีรูปแบบดังนี้ JPEG สำหรับภาพถ่าย, PNG สำหรับภาพเขียนและภาพวาด และ OGG สำหรับเสียง กรุณาตั้งชื่อไฟล์ที่สื่อความหมาย เพื่อป้องกันการสับสน เมื่อต้องการใส่รูปภาพ ให้ใช้ลิงก์ที่มีรูปแบบดังนี้ [[ไฟล์:file.jpg]] หรือ [[ไฟล์:file.png|คำอธิบาย]] หรือ [[ไฟล์:file.ogg]] สำหรับเสียง
โปรดทราบว่าผู้ใช้คนอื่นอาจแก้ไขไฟล์ที่คุณอัปโหลด หากพวกเขาคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อโครงการ หรือลบไฟล์ทิ้งและบล็อกไม่ให้คุณอัปโหลดไฟล์ได้ ในกรณีที่คุณอัปโหลดไฟล์ที่ไม่เหมาะสมเข้าสู่ระบบ
วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555
4.การจัดการข้อมูลด้วยโปรแกรม Winzip
การจัดการข้อมูลด้วยโปรแกรม Winzip
บางครั้งไฟล์หรือโปรแกรมต่าง ๆ ที่เปิดให้ดาวน์โหลดทางอินเตอร์เน็ตนั้นมีขนาดใหญ่ จึงจำเป็นต้องบีบอัดข้อมูลให้มีขนาดเล็กก่อน เพื่อที่จะทำให้การดาวน์โหลดทำได้รวดเร็วขึ้น เราสามารถสังเกตได้ว่าไฟล์ใดใช้วิธีบีบอัดข้อมูลมา โดยดูได้จากนามสกุลของไฟล์นั้น จะมีนามสกุล . zip เมื่อดาวน์โหลดข้อมูลมาแล้วต้องทำการขยายไฟล์ข้อมูลก่อนจึงจะสามารถอ่านข้อมูล หรือนำไปใช้งานได้ โปรแกรมที่ใช้ช่วยในการขยายไฟล์ คือ โปรแกรม Winzip
โปรแกรม Winzip จะแบ่งการทำงานออกเป็น 2 แบบ คือ
1. Winzip จะช่วยอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับขั้นตอนในการทำงาน โดยเพียงแต่ตอบคำถามทีละขั้นตอนตามที่โปรแกรมกำหนดเท่านั้น
2. Classic แบบนี้ผู้ใช้โปรแกรมจะเป็นคนกำหนดทั้งหมดตามความต้องการใช้งาน
5.การขอพื้นที่สร้างโฮมเพจ
.1. ต้องใช้พื้นที่โฮมเพจเป็นที่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลของหน่วยงานที่เป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัย เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้บุคคลทั่วไปและหน่วยงานอื่นๆ ได้ทราบโดยทั่วถึงกัน
2. จะต้องไม่นำข้อมูลที่ไม่เหมาะสมใส่ไว้ในโฮมเพจ อาทิเช่น
ข้อความไม่สุภาพ
ต้องเป็นข้อมูลที่ไม่ขัดต่อพระาชบัญญัติลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา
ไม่นำเสนอภาพลามกอนาจาร
ไม่ลงโฆษณาหรือข้อมูลทางด้านการค้า
ไม่นำเสนอภาพที่ไม่เหมาะสม หรือขัดต่อศีลธรรมประเพณีอันดีงามของไทย
จะต้องไม่ล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่น
3. หน้าแรกของโฮมเพจหน่วยงานให้ตั้งชื่อเป็น index.html
4. จะต้องไม่ล่วงละเมิด บุกรุกหรือรันโปรแกรมจนเป็นเหตุให้ระบบของเซิร์ฟเวอร์ได้รับความเสียหาย
5. สำนักบริการคอมพิวเตอร์สงวนสิทธิในการตรวจสอบข้อมูล/แฟ้มข้อมูลของบัญชีผู้ใช้ใดๆ เพื่อดูแลระบบและรักษาความปลอดภัยโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
6. สำนักบริการคอมพิวเตอร์ไม่รับประกันความเสียหายและสูญหายของข้อมูลโฮมเพจ ผู้ใช้ควรสำเนาข้อมูลโฮมเพจหรือมีต้นฉบับโฮมเพจแยกเก็บไว้เองด้วย
7. กฎระเบียบข้อบังคับอื่นๆ สามารถอ่านได้จาก
http://pirun.ku.ac.th./rule-penalty.html
http://www.ku.ac.th/NontriFAQ/index.html
วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2555
6.การโอนย้ายข้อมูลด้วยโปรแกรม WS-FTP
การโอนย้ายข้อมูลด้วยโปรแกรม WS-FTP
โปรแกรม WS-FTP จะช่วยให้เราสามารถอัพโหลด ( Upload ) ข้อมูลไปยังระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ดังนั้นเราจึงได้ทำการติดตั้งโปรแกรมเพื่อใช้งาน ดังต่อไปนี้
การติดตั้งโปรแกรม WS-FTP
1. คลิกเลือกเพื่อทำการติดตั้งโปรแกรม WS-FTP
2. เตรียมการติดตั้งโปรแกรม
3. คลิก Next เพื่อเริ่มติดตั้งโปรแกรม
4. แสดงหน้าต่างของข้อตกลงสำหรับการติดตั้งโปรแกรม ให้คลิกเลือก I accept … เพื่อยอมรับในเงื่อนไข และคลิกที่ Next
5. กำหนดตำแหน่งในการจัดเก็บโปรแกรมให้คลิกที่ Next
6. กำหนดชื่อของโฟลเดอร์ที่จะเก็บโปรแกรมให้คลิกที่ Next
7. แสดงหน้าต่าง Start Copying Files คลิกที่ Next
8. แสดงสถานะของการติดตั้งโปรแกรม
9. คลิกที่ Finish เมื่อสิ้นสุดการติดตั้งโปรแกรม
การใช้งานโปรแกรม WS-FTP
เมื่อติดตั้งโปรแกรม WS-FTP เรียบร้อยแล้ว จะต้องกำหนดค่าเพื่อใช้งานในโปรแกรม โดยสามารถที่จะปฏิบัติได้ ดังต่อไปนี้
1. ปรากฏหน้าจอ Welcome คลิกที่ Next
2. ปรากฏหน้าจอ Site Name สำหรับกำหนดชื่อของ Site เพื่อไว้จัดเก็บข้อมูลทั้งหมดที่อัพโหลดไปยังเครื่องแม่ข่าย ( Server ) เช่นเดียวกับการกำหนดโฟลเดอร์ไว้ที่เครื่องแม่ข่าย เช่น kulrapee แล้วคลิกที่ Next
3. ขั้นต่อมาจะปรากฏหน้าจอ Server Address เพื่อกำหนดหมายเลข IP Address ของเครื่องแม่ข่ายที่เราต้องการจะนำข้อมูลไปอัพโหลดไว้ เมื่อกำหนดเรียบร้อยแล้วให้คลิกที่ Next
4. User Name และ Password จะต้องถูกกำหนดเมื่อเราได้ขอพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลของเว็บไซต์กับเว็บไซต์ที่ให้บริการ หรือผู้บริการด้านอินเตอร์เน็ต (ISP) ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของการเช่าพื้นที่ หรือการขอพื้นที่ฟรีก็ตาม
5. Connection Type จะต้องกำหนดรูปแบบของการติดต่อให้เลือก FTP แล้วคลิกที่ Next
6. Finish จะแสดงรายละเอียดสำหรับการติดต่อกับเครื่องแม่ข่าย ( Server ) รวมทั้ง User Name และ Password ทั้งหมดที่ได้กำหนดไว้ในขั้นตอนข้างต้น แล้วคลิกที่ Finish
บทที่ 6 จดหมายอิเล็กทรอนิกส์
จดหมายอีเลกทรอนิกส์ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า อีเมล์(E-mail) หมายถึง จดหมายหรือข้อความที่ส่งถึงกันผ่านระบบเครือข่าย เราสามารถส่งจดหมายไปให้ผู้รับซึ่งเป็นสมาชิกของระบบอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่จำกัดสถานที่และเวลา จดหมายจะส่งถึงปลายทางอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วินาที หรืออาจจะส่งจดหมายฉบับเดียวไปถึงผู้รับหลายคน ในเวลาเดียวกันก็ได้ ทั้งผู้รับและส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องมีที่อยู่เพื่อใช้ในการอ้างอิงการส่งและรับจดหมาย ที่อยู่สำหรับการรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ประกอบด้วยสองส่วนคือ รหัสผู้ใช้หรือ UserID ซึ่งจะได้รับจากผู้ให้บริการจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และส่วนที่สองคือชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ในการบริการรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือ HostName โดยรูปแบบการเขียนจะเริ่มต้นด้วย UserID คั่นด้วยเครื่องหมาย '@' ตามด้วย HostName ดังนี้ userid@hostname ตัวอย่างเช่น u9999999@dusit.ac.th หมายถึงผู้ใช้มี UserID เป็น u9999999 และเป็นสมาชิกอยู่ที่ Host ชื่อ dusit.ac.th เป็นต้น
1.โปรโตคอลสำหรับรับส่งอีเมล
โปรโตคอลและประเภทการใช้งาน E-mail
ถ้าจะติดต่อสื่อสารผ่านระบบเครือข่าย จะต้องใช้โปรโตคอล TCP/IP
TCP เพื่อแยกข้อมูลออกเป็นส่วนๆ เรียกว่า Package IC เพื่อระบุหมายเลขประจำเครื่องปลายที่จะรับ หรือส่งข้อมูลไปถึงเนื่องจากบริการรับ-ส่ง E-mail ผู้ใช้มีความต้องการที่หลากหลาย แตกต่างกัน รูปแบบการทำงานของบริการรับ-ส่ง E-mail ซึ่งเป็น ข้อกำหนดหรือโปรโตคอล ของการรับ-ส่ง Email จึงมีเพิ่มขึ้น ดังนี้
1. การรับส่ง E-mail ผู้ใช้จะระบุผู้รับปลายทางด้วย E-mail Address <username>@<domain name> (ระบบจะเปลี่ยน domain name เป็น IP address ก่อนส่ง) 2. การรับ-ส่งไฟล์ที่เป็น E-mail ระบบจะทำการรับ-ส่งกันเป็นทอดๆ จาก domain หนึ่งไปอีก domain หนึ่ง ต่อๆ กันไป (ใช้โปรโตคอล SMTP) 3. ผู้ใช้อาจต้องการใช้โปรแกรม Web browser เปิดอ่านเมล์โดยตรง (Webmail) 4. ผู้ใช้อาจต้องการใช้โปรแกรม Microsoft Outlook, Outlook Express
เปิดเมล์แล้ว ต้องการให้เมล์ยังคงอยู่ใน Mailbox ที่ Webmail (ใช้โปรโตคอล IMAP4) เปิดเมล์แล้ว ต้องการนำเมล์ (move) ไปเก็บในคอมพิวเตอร์ของตนเอง (POP3)
- E-mail ที่ส่งไปยังผู้รับในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ใช้วิธีการรับ-ส่งกันเป็นทอดๆ ซึ่งเป็นข้อกำหนดของโปรโตคอล SMTP ที่จะส่ง E-mail ผ่านเครื่อง Mail Server จำนวนมากที่เชื่อมต่อกันในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
- E-mail จะถูกส่งไปจนถึงเครื่องตามที่ระบุไว้ใน domain name (ส่วนที่สามของ email address)
- ก่อนกระบวนการส่ง
- domain name จะถูกแปลงเป็น IP เพื่อให้ง่ายต่อการอ่านของคอมพิวเตอร์
- E-mail จะถูกแบ่งออกเป็น Package ตามเงื่อนไขของโปรโตคอล TCP
2.รูปแบบของอีเมล และอีเมลแอดเดรส
E-mail address : ที่อยู่การส่ง E-mail
E-mail คือ จดหมาย ที่ใช้รับส่งกันโดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ บางแห่งใช้เฉพาะภายใน บางแห่งใช้เฉพาะภายนอกองค์กร (สาหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกคือ Internet) การใช้งานก็เหมือนกับเราพิมพ์ข้อความในโปรแกรม Word จากนั้นก็คลิกคาสั่ง เพื่อส่งออกไป โดยจะมีชื่อของผู้รับ ซึ่งเราเรียกว่า Email Address เป็นหลักในการรับส่ง
ประเภทของ e-mail
e-mail มี 3 ประเภท คือ
1. POP (Post Office Protocol Version)
POP จะมีการทำงานในแบบที่เรียกว่า Offline Model กล่าวคือเวลาทำงาน E-mail Client จะเชื่อมต่อกับ Mail Server จากนั้นจะ Download และลบ E-mail ออกจาก Server หรือ Download เพียงอย่างเดียวแล้วทิ้ง E-mail ไว้บน Server ภายหลังจากที่ E-mail ถูก Download มาที่เครื่อง Client เรียบร้อยแล้ว Client จะตัดการเชื่อมต่อออกจาก Server หลังจากนั้น E-mail จะถูก Process ที่เครื่อง Client ทั้งหมด ข้อได้เปรียบของการทำงานแบบนี้ก็คือ Client แต่ละเครื่องใช้เวลาในการเชื่อมต่อกับเครื่อง Mail Server น้อยมากอีกทั้งยังต้องการเนื้อที่เก็บ E-mail บน Server น้อยด้วยเช่นกัน แต่ข้อเสียก็คือไม่สามารถอ่าน E-mail จาก Client เครื่องอื่นได้อีกหากว่าเรา Set ให้ลบ Mail บน Server หลังจาก Download เสร็จ หรือ ไม่สามารถบอกได้ว่า Mail ฉบับไหนเคยอ่านไปแล้วบ้าง หากเรา Set ค่าแบบ ให้ทิ้ง E-mail ไว้บน Server อีกประการหนึ่งคือเครื่อง Client จะต้องมีประสิทธิภาพสูงเนื่องจากเป็นผู้ Process E-mail ด้วยตนเอง
2. IMAP (Internet Message Access Protocol Version)
IMAP จะมีการทำงานในแบบที่เรียกว่า Online Model ผสานกับ Disconnected Model กล่าวคือ การจัดการและการ Process E-mail ทั้งหมดจะถูกจัดการที่ Server เพียงอย่างเดียว Client มีหน้าที่เพียงแค่อ่าน E-mail หรือส่งคำสั่งไป Process E-mail บน Server เท่านั้น แบบนี้มีข้อดีก็คือท่านสามารถอ่าน E-mail จากที่ใดก็ได้ เนื่องจาก E-mail จะถูกเก็บอยู่ใน Server เสมอ และจะมีสถานะบอกด้วยว่า E-mail ฉบับใดมาใหม่ ฉบับใดมีการอ่านหรือตอบกลับไปแล้ว แต่ข้อเสียก็คือ Server จะต้องเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง และในระหว่างการอ่านหรือ Process E-mail เครื่อง Client จะต้องเชื่อมต่อกับ Server ตลอดเวลา ดังนั้นจึงทำงานได้ช้ากว่าแบบ POP
3. WEB Based
Web Base Mail เช่น อีเมล์ของ hotmail.com, chaiyo.com ซึ่งหากต้องการใช้งานอีเมล์เหล่านี้ จะต้องใช้งานโดยผ่านทางเว็บบราวเซอร์ เช่น Internet Explorer, Firefox ก็สามารถเข้าเช็คอีเมล์หรือเขียนอีเมล์ได้อย่างสะดวก ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเสมอไป เพราะโปรแกรมอีเมล์ดังกล่าวได้ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี Web-based Application ที่ใช้โปรแกรมเว็บบราวเซฮร์เป็นเครื่องมือในการเปิดโปรแกรมใช้งาน จึงทำให้โปรแกรมอีเมล์สามารถทำงานได้เหมือนกับการเข้าไปดูเว็บไซต์ทั่วไป
- <user name> @ domain name
- sakda@kku.ac.th
- ต้องไม่มี ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่, เว้นวรรค
มีส่วนประกอบ 3 ส่วน
- Username : ชื่อผู้ใช้
- เครื่องหมาย : @ เรียกว่า assign อ่านออกเสียงว่า “at”
- domain name : ชื่อสถานีรับ-ส่ง E-mail
E-mail คือ จดหมาย ที่ใช้รับส่งกันโดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ บางแห่งใช้เฉพาะภายใน บางแห่งใช้เฉพาะภายนอกองค์กร (สาหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกคือ Internet) การใช้งานก็เหมือนกับเราพิมพ์ข้อความในโปรแกรม Word จากนั้นก็คลิกคาสั่ง เพื่อส่งออกไป โดยจะมีชื่อของผู้รับ ซึ่งเราเรียกว่า Email Address เป็นหลักในการรับส่ง
ประเภทของ e-mail
e-mail มี 3 ประเภท คือ
1. POP (Post Office Protocol Version)
POP จะมีการทำงานในแบบที่เรียกว่า Offline Model กล่าวคือเวลาทำงาน E-mail Client จะเชื่อมต่อกับ Mail Server จากนั้นจะ Download และลบ E-mail ออกจาก Server หรือ Download เพียงอย่างเดียวแล้วทิ้ง E-mail ไว้บน Server ภายหลังจากที่ E-mail ถูก Download มาที่เครื่อง Client เรียบร้อยแล้ว Client จะตัดการเชื่อมต่อออกจาก Server หลังจากนั้น E-mail จะถูก Process ที่เครื่อง Client ทั้งหมด ข้อได้เปรียบของการทำงานแบบนี้ก็คือ Client แต่ละเครื่องใช้เวลาในการเชื่อมต่อกับเครื่อง Mail Server น้อยมากอีกทั้งยังต้องการเนื้อที่เก็บ E-mail บน Server น้อยด้วยเช่นกัน แต่ข้อเสียก็คือไม่สามารถอ่าน E-mail จาก Client เครื่องอื่นได้อีกหากว่าเรา Set ให้ลบ Mail บน Server หลังจาก Download เสร็จ หรือ ไม่สามารถบอกได้ว่า Mail ฉบับไหนเคยอ่านไปแล้วบ้าง หากเรา Set ค่าแบบ ให้ทิ้ง E-mail ไว้บน Server อีกประการหนึ่งคือเครื่อง Client จะต้องมีประสิทธิภาพสูงเนื่องจากเป็นผู้ Process E-mail ด้วยตนเอง
2. IMAP (Internet Message Access Protocol Version)
IMAP จะมีการทำงานในแบบที่เรียกว่า Online Model ผสานกับ Disconnected Model กล่าวคือ การจัดการและการ Process E-mail ทั้งหมดจะถูกจัดการที่ Server เพียงอย่างเดียว Client มีหน้าที่เพียงแค่อ่าน E-mail หรือส่งคำสั่งไป Process E-mail บน Server เท่านั้น แบบนี้มีข้อดีก็คือท่านสามารถอ่าน E-mail จากที่ใดก็ได้ เนื่องจาก E-mail จะถูกเก็บอยู่ใน Server เสมอ และจะมีสถานะบอกด้วยว่า E-mail ฉบับใดมาใหม่ ฉบับใดมีการอ่านหรือตอบกลับไปแล้ว แต่ข้อเสียก็คือ Server จะต้องเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง และในระหว่างการอ่านหรือ Process E-mail เครื่อง Client จะต้องเชื่อมต่อกับ Server ตลอดเวลา ดังนั้นจึงทำงานได้ช้ากว่าแบบ POP
3. WEB Based
Web Base Mail เช่น อีเมล์ของ hotmail.com, chaiyo.com ซึ่งหากต้องการใช้งานอีเมล์เหล่านี้ จะต้องใช้งานโดยผ่านทางเว็บบราวเซอร์ เช่น Internet Explorer, Firefox ก็สามารถเข้าเช็คอีเมล์หรือเขียนอีเมล์ได้อย่างสะดวก ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเสมอไป เพราะโปรแกรมอีเมล์ดังกล่าวได้ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี Web-based Application ที่ใช้โปรแกรมเว็บบราวเซฮร์เป็นเครื่องมือในการเปิดโปรแกรมใช้งาน จึงทำให้โปรแกรมอีเมล์สามารถทำงานได้เหมือนกับการเข้าไปดูเว็บไซต์ทั่วไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)